Epidemia: Epic World On Fire
posted on 29 Oct 2010 01:08 by pramool-fiction in BlackEagleบทนำ
โลกในอีกมิติหนึ่ง เป็นโลกที่เหมือนนิยายแต่ไม่ใช่ จะว่าเป็นโลกแฟนตาซีก็ไม่เชิง เพราะจะว่าตามเหตุผลของประชากรบนโลกนี้แล้ว มันไม่ใช่โลกแฟนตาซี แต่มันเป็นโลกแห่งวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ แม้จะเรียกว่าวิทยาศาสตร์ก็ตามแต่มันก็ได้ผนวกศาสตร์หลายๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งด้านมนตราอาคมด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ตามมุมมองของคนในโลกนี้จึงไม่เห็นว่ามันเป็นโลกแฟนตาซี
โลกวิทยาศาสตร์แห่งนี้มีหลายเผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ร่วมกัน หลายเผ่าพันธุ์มักเห็นในนิยาย ดังเช่น มนุษย์ครึ่งสัตว เอลฟ์ คนแคระ ออร์ค โทรล และอีกมากมาย
อาณาจักรต่างๆ ถูกแบ่งเป็นประเทศ โดยใช้เกณฑ์ในการแบ่ง คือ สภาพแวดล้อม จึงแบ่งออกได้เพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น แต่ละประเทศมีการปกครองที่ไม่เหมือนกัน แต่ต่างก็มีอุดมคติการใช้ชีวิตเหมือนกัน
ดูจะเป็นโลกที่สวยงามใช่ไหม?
ใช่ ก่อนหน้านี้มันเคยสวยงามราวกับเทพนิยาย ก่อนที่จะถูกบุกรุกโดยเผ่าพันธุ์ลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ‘โนเบิล’ หรือความหมายตรงตัว คือ ผู้ดี หรือ ผู้ที่เจริญแล้ว นั่นเอง เผ่าพันธุ์นี้มีนโยบายการต่างประเทศที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง “เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เผ่าพันธุ์อื่นทุกเผ่าพันธุ์ต่างด้อยกว่าเรา เพื่อจักรวาลที่สวยงาม เราต้องเผยแพร่วัฒนธรรมของเรา ผู้ที่ไม่ยอมรับมัน คือ สวะ และ สวะ ต้องถูกกำจัด”
“เราคือผู้ที่เจริญแล้ว มาเถิดเจ้าพวกชั้นต่ำทั้งหลาย จงยอมรับวัฒนธรรมของเรา และละทิ้งวัฒนธรรมอันป่าเถื่อนของพวกเจ้าซะ เพื่อตัวของพวกเจ้าเองจะได้เป็นผู้ที่เจริญแล้วอย่างพวกเราบ้าง”
นี่คือประโยคแรกของผู้แทนเผยแพร่วัฒนธรรมของชาวโนเบิลที่เหยียบย่างเข้ามาในโลกแห่งนี้ แต่ก็ถูกปฏิเสธโดยความเห็นที่พ้องต้องกันของผู้นำของทุกประเทศ พร้อมกับเหตุผลอันอ่อนน้อมและมีน้ำหนัก
“ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าก็จงตายซะ พวกสวะ”
เป็นคำประกาศสงครามของผู้แทน
ในขณะนั้นโลกนี้ยังไม่มีกองทัพ หรือกำลังทหารอะไรเลย มีเพียงกลุ่มนักสู้ทั่วโลกที่รวมตัวกันต่อต้าน และสามารถขับไล่ออกไปได้สำเร็จแม้ว่าจะเกือบพ่ายแพ้ก็ตาม
ตั้งแต่นั้นมาโลกนี้ก็เริ่มที่จะมีกองทัพ แม้ระยะเริ่มแรกมันจะดูเหมือนว่าจะล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างด้วยซ้ำ แต่ด้วยความกลัวการกลับมาของพวกโนเบิลเป็นแรงผลักดันพวกเขาจึงก้าวต่อไปจนกระทั่งมันเริ่มดูดีขึ้นเป็นลำดับ ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของเหล่านักสู้ ผนวกเข้ากับวิทยาการที่เป็นทุนเดิมทำให้กำลังทหารของโลกนี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพร้อมรบกับใครหน้าไหนก็ได้
ปี 3107 ยุคอวกาศ โลกนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Epidemia (ภาษารัสเซียแปลว่า Epic) เพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่านักสู้ผู้กล้าหาญในอดีต
พวกเขาเริ่มมองหาดาวแนวร่วมในละแวกใกล้ๆ ในรัศมีทำการของยานอวกาศของพวกเขา แต่ก็พบว่าดาวทุกดวงกลายเป็นอณานิคมของพวกโนเบิลไปหมดแล้ว และข่าวการค้นหาแนวร่วมก็ดังไปถึงหูของผู้นำชาวโนเบิล สงครามครั้งที่สองจึงเกิดขึ้น แต่ด้วยกองทัพที่ได้รับการสร้างมาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการผสมผสานของวิทยาศาสตร์และเวทมนต์อย่างลงตัว ทำให้พวกโนเบิลได้พบว่าพวกตนได้ล้าหลังไปซะแล้ว และตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่วันแรกที่เปิดฉากการโจมตี สงครามจบลงในเวลาอันสั้นเพียงไม่ถึง 7 วัน ด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับของโนเบิล
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้”
เป็นคำถามคาใจของชาวโนเบิลอยู่นานนับร้อยๆ ปี และคำตอบก็ปรากฏขึ้นเมื่อสายลับของพวกเขาที่แทรกซึมหาข่าวอยู่ในกองทัพ Epidemia
ปี 3592 ยุคทองหน่วยรบพิเศษ
‘Super Soldier’
เป็นคำที่สายลับของพวกเขารายงานกลับไปก่อนจะขาดการติดต่อไปอย่างลึกลับ คำๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่ทางทหารของโนเบิลได้นำไปวิเคราะห์ร่วมกัน แล้วก็ได้ผลสรุปออกมาว่ามันน่าจะเป็นหน่วยรบพิเศษระดับสูงหน่วยหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สงครามครั้งที่สองจบลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงลงความเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า ในเมื่อพวกสวะนั่นมีได้ ทำไมเราจะมีไม่ได้
เป็นความบังเอิญหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ หน่วยรบพิเศษของกองทัพโนเบิลที่ตั้งขึ้นมาใหม่นาม Glory Liberator มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Super Soldier มาก จะต่างกันก็คงจะเพียงแนวความคิดเท่านั้น ในขณะที่ Super Soldier ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพวกของตนเอาไว้ แต่เหล่า Glory Liberator จะไม่ยอมใช้วิธีสกปรก คดโกงใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อที่จะทำลายศัตรู
สงครามครั้งที่สามกำลังจะปะทุขึ้น Epidemia ที่หวังเพียงจะอยู่อย่างสงบแต่ก็พร้อมจะขับไล่การรุกรานทุกรูปแบบออกไป ในขณะที่ Noble ต้องการที่จะทำลายผู้ต่อต้านวัฒนธรรมของตนให้หมดไป เพื่อจักรวาลที่สวยงาม
โลกในอีกมิติหนึ่ง เป็นโลกที่เหมือนนิยายแต่ไม่ใช่ จะว่าเป็นโลกแฟนตาซีก็ไม่เชิง เพราะจะว่าตามเหตุผลของประชากรบนโลกนี้แล้ว มันไม่ใช่โลกแฟนตาซี แต่มันเป็นโลกแห่งวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ แม้จะเรียกว่าวิทยาศาสตร์ก็ตามแต่มันก็ได้ผนวกศาสตร์หลายๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งด้านมนตราอาคมด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ตามมุมมองของคนในโลกนี้จึงไม่เห็นว่ามันเป็นโลกแฟนตาซี
โลกวิทยาศาสตร์แห่งนี้มีหลายเผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ร่วมกัน หลายเผ่าพันธุ์มักเห็นในนิยาย ดังเช่น มนุษย์ครึ่งสัตว เอลฟ์ คนแคระ ออร์ค โทรล และอีกมากมาย
อาณาจักรต่างๆ ถูกแบ่งเป็นประเทศ โดยใช้เกณฑ์ในการแบ่ง คือ สภาพแวดล้อม จึงแบ่งออกได้เพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น แต่ละประเทศมีการปกครองที่ไม่เหมือนกัน แต่ต่างก็มีอุดมคติการใช้ชีวิตเหมือนกัน
ดูจะเป็นโลกที่สวยงามใช่ไหม?
ใช่ ก่อนหน้านี้มันเคยสวยงามราวกับเทพนิยาย ก่อนที่จะถูกบุกรุกโดยเผ่าพันธุ์ลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ‘โนเบิล’ หรือความหมายตรงตัว คือ ผู้ดี หรือ ผู้ที่เจริญแล้ว นั่นเอง เผ่าพันธุ์นี้มีนโยบายการต่างประเทศที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง “เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เผ่าพันธุ์อื่นทุกเผ่าพันธุ์ต่างด้อยกว่าเรา เพื่อจักรวาลที่สวยงาม เราต้องเผยแพร่วัฒนธรรมของเรา ผู้ที่ไม่ยอมรับมัน คือ สวะ และ สวะ ต้องถูกกำจัด”
“เราคือผู้ที่เจริญแล้ว มาเถิดเจ้าพวกชั้นต่ำทั้งหลาย จงยอมรับวัฒนธรรมของเรา และละทิ้งวัฒนธรรมอันป่าเถื่อนของพวกเจ้าซะ เพื่อตัวของพวกเจ้าเองจะได้เป็นผู้ที่เจริญแล้วอย่างพวกเราบ้าง”
นี่คือประโยคแรกของผู้แทนเผยแพร่วัฒนธรรมของชาวโนเบิลที่เหยียบย่างเข้ามาในโลกแห่งนี้ แต่ก็ถูกปฏิเสธโดยความเห็นที่พ้องต้องกันของผู้นำของทุกประเทศ พร้อมกับเหตุผลอันอ่อนน้อมและมีน้ำหนัก
“ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าก็จงตายซะ พวกสวะ”
เป็นคำประกาศสงครามของผู้แทน
ในขณะนั้นโลกนี้ยังไม่มีกองทัพ หรือกำลังทหารอะไรเลย มีเพียงกลุ่มนักสู้ทั่วโลกที่รวมตัวกันต่อต้าน และสามารถขับไล่ออกไปได้สำเร็จแม้ว่าจะเกือบพ่ายแพ้ก็ตาม
ตั้งแต่นั้นมาโลกนี้ก็เริ่มที่จะมีกองทัพ แม้ระยะเริ่มแรกมันจะดูเหมือนว่าจะล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างด้วยซ้ำ แต่ด้วยความกลัวการกลับมาของพวกโนเบิลเป็นแรงผลักดันพวกเขาจึงก้าวต่อไปจนกระทั่งมันเริ่มดูดีขึ้นเป็นลำดับ ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของเหล่านักสู้ ผนวกเข้ากับวิทยาการที่เป็นทุนเดิมทำให้กำลังทหารของโลกนี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพร้อมรบกับใครหน้าไหนก็ได้
ปี 3107 ยุคอวกาศ โลกนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Epidemia (ภาษารัสเซียแปลว่า Epic) เพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่านักสู้ผู้กล้าหาญในอดีต
พวกเขาเริ่มมองหาดาวแนวร่วมในละแวกใกล้ๆ ในรัศมีทำการของยานอวกาศของพวกเขา แต่ก็พบว่าดาวทุกดวงกลายเป็นอณานิคมของพวกโนเบิลไปหมดแล้ว และข่าวการค้นหาแนวร่วมก็ดังไปถึงหูของผู้นำชาวโนเบิล สงครามครั้งที่สองจึงเกิดขึ้น แต่ด้วยกองทัพที่ได้รับการสร้างมาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการผสมผสานของวิทยาศาสตร์และเวทมนต์อย่างลงตัว ทำให้พวกโนเบิลได้พบว่าพวกตนได้ล้าหลังไปซะแล้ว และตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่วันแรกที่เปิดฉากการโจมตี สงครามจบลงในเวลาอันสั้นเพียงไม่ถึง 7 วัน ด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับของโนเบิล
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้”
เป็นคำถามคาใจของชาวโนเบิลอยู่นานนับร้อยๆ ปี และคำตอบก็ปรากฏขึ้นเมื่อสายลับของพวกเขาที่แทรกซึมหาข่าวอยู่ในกองทัพ Epidemia
ปี 3592 ยุคทองหน่วยรบพิเศษ
‘Super Soldier’
เป็นคำที่สายลับของพวกเขารายงานกลับไปก่อนจะขาดการติดต่อไปอย่างลึกลับ คำๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่ทางทหารของโนเบิลได้นำไปวิเคราะห์ร่วมกัน แล้วก็ได้ผลสรุปออกมาว่ามันน่าจะเป็นหน่วยรบพิเศษระดับสูงหน่วยหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สงครามครั้งที่สองจบลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงลงความเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า ในเมื่อพวกสวะนั่นมีได้ ทำไมเราจะมีไม่ได้
เป็นความบังเอิญหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ หน่วยรบพิเศษของกองทัพโนเบิลที่ตั้งขึ้นมาใหม่นาม Glory Liberator มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Super Soldier มาก จะต่างกันก็คงจะเพียงแนวความคิดเท่านั้น ในขณะที่ Super Soldier ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพวกของตนเอาไว้ แต่เหล่า Glory Liberator จะไม่ยอมใช้วิธีสกปรก คดโกงใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อที่จะทำลายศัตรู
สงครามครั้งที่สามกำลังจะปะทุขึ้น Epidemia ที่หวังเพียงจะอยู่อย่างสงบแต่ก็พร้อมจะขับไล่การรุกรานทุกรูปแบบออกไป ในขณะที่ Noble ต้องการที่จะทำลายผู้ต่อต้านวัฒนธรรมของตนให้หมดไป เพื่อจักรวาลที่สวยงาม



